COMMENTARY TRACK

posted on 12 Jan 2008 08:48 by 2008shortfilmproject

คิดเห็นอย่างไรกับตัวงาน
เรียนเชิญกดแสดงความเห็นได้ที่ปุ่มคอมเมนต์ด้านล่างขวานี่เลยครับ !

+อ่านบทวิจารณ์/แสดงความเห็นในบอร์ดไบโอสโคป
ที่ http://www.bioscopemagazine.com/smf/index.php?topic=761.60 

edit @ 13 Jan 2008 07:46:03 by 2008

Comment

Comment:

Tweet

Very nice site!

#15 By yueproro (92.51.163.87) on 2009-10-04 00:55

Hello! Good Site! Thanks you! rlibwhrmbjey

#14 By omvqehjjvj (212.107.116.240) on 2008-01-27 23:12

จัดอีกจะไปดูอีกค่ะ

#13 By โณ (125.25.136.3) on 2008-01-16 03:02

ขอโทษนะครับพี่เต๋อที่ผมไม่ได้ไป จะชดเชยให้ทีหลังนะครับ
แวะเวียนมาทักทายค่ะ
ในฐานะผู้ชม...รู้สึกดีใจที่ได้ชม "ภาพเคลื่อนไหว" หลากหลายแบบ เหมือนได้ชิมอาหารหลายรส

รสละเมียด : Unified Field ของจักรวาล--- เรื่องนี้ชอบมาก เหมือนดูภาพวาดก่อนลางเลือนไป


รสละมุน : ยาม เย็น ของวิวัฒน์ ---ให้ความรู้สึกเศร้าไปกับแสงอาทิตย์ยามเย็นค่ะ /รอยไถ ของอุรุพงศ์ ถ่ายสวยมาก (ตอนแรกละมุน แต่แอบหักมุมด้วย)

รสเย็นเยียบ: หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงเรียกสิ่งนี้ว่าความรัก ของพัลลภ ---เย็นจริงๆ ค่ะเหมือนทานไอติม 100 แท่ง /ยีราฟ ของนวพล --ดูแล้วได้ความเย็นของโลกอนาคตพร้อมรสประชดประชันหน่อยๆ (ขอบอกว่าแสงสะท้อนใบหน้าคุณแม่สวยมากนะ)

รสจัดจ้าน : อันนี้เยอะหน่อยค่ะ ชอบ หวามลมหนาว ของชาคร (ฮาดี)/อ้อยมาสาย 3 นาที ของธีปนันท์ (คิดได้ไง)/หมา ดิบ ดิบของ ฐิติมนและณิชมน ชอบมากเล่าได้เป็นสไตล์ตัวเอง...น่ารักแบบดิบๆ (ไม่อยากเชื่อ เพราะสองสาวหน้าหวานมากจ้ะ

รสแปร่ง : ออกเสียงไม่ได้ในจักรวรรดิทางภาษาของคุณ ของรัชฏ์ภูมิ --เล่าเรื่องแล้วแต่จะตีความในประเด็นเซ็กซ์จนถึงสังคม

รสชาติส่วนตัว :อันนี้ก็เยอะค่ะ...หนังชื่อยาวของคันฉัตร อาจเพราะเคยไปบ้านและเห็นน้องหมา เราว่าภาพอิมแพ็คมากแล้วตามชื่อเรื่อง /ตาล ของวรรณแววและแวววรรณ เรียบง่ายแต่เศร้าลึก / New Year Again ของวินัย ดูเป็นวิน และ 2008 ปีร่ำรวยหรือห่วยแตก ของเปรมปพัทธ น่ารักที่สุดก็คือครอบครัวที่แวดล้อมน้องค่ะ/ ข่าวกีฬา ของมานัสศักดิ์ ...เป็นตัวเองดี จนอยากรู้ว่าถ้าทำหนังรักเป็นอย่างไร

ในฐานะคนมีส่วนร่วม (เล็กๆ น้อยๆ)
พี่แป๊ดสำหรับชา รวมถึงคนทำหนังทุกคน (ที่ทำให้ได้มีโอกาสดีๆ และที่สำคัญยังแบ่งปันขนมให้ชาวไบโอฯ ด้วย, ผู้ชมทุกท่าน ทำให้รู้ว่ายังมีคนสนใจดูหนังอิสระอีกมาก ,คณะจัดงานไฟแรงทุกท่าน

และขอบคุณทุกท่านที่แวะมาคอมเมนต์หนังของเราค่ะ
ดีใจมากที่โปรเจ็คต์นี้ทำให้เรา (กล้า)ทำหนังอีกครั้ง

#11 By anna penguin on 2008-01-15 20:58

มาแจมๆ วิจารณ์ตามความชอบ และความรู้สึกที่หนังมากระทบต่อตัวผมนะครับ

ยีราฟ : นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์
หนังเรื่องแรกของเต๋อ ก็ได้ใจเรามากๆแล้ว
ลองเทคของเต๋อทำเราเหวอแ-กไปเลย แฟนตาซีโคตร
โซเดมาคอม ทำให้เรานึกถึงสมัยเป็นเด็กใจแตกครั้งแรกๆ
(แม้จะไม่ได้มีโอกาสไปเจอใครในผับก็ตาม)

‘เราจักอุตริเพียรตั้งชื่อหนังเรื่องนี้ให้ยากเข้าไว้ว่า200ooPs!’ : เกรียงไกร วชิรธรรมพร
ตลกร้ายและขำที่สุดในงาน ฮาจนเจ็บท้อง

2008 : ตุลพบ แสนเจริญ
หนังทดลองที่ผมชอบที่สุดในงานนะ simple แต่ให้เราคิดอะไรต่อจากมันเยอะเลย

2008 , Let’s come out : ธนพล เชาวน์วานิชย์
เปิดช๊อทแรกมาก็อึ้งแล้ว นักแสดงเยี่ยมจริง จังหวะกับเพลงไปด้วยกันแบบมืออาชีพมาก ชีวิตนี้ผมคงไม่สามารถทำหนังแบบนี้ได้ คารวะๆ

เรื่องของสยามในปีก่อนๆและปีหน้า : ภาส พัฒนกำจร
บังเอิญมีอารมณ์ร่วมกับสยาม เลยดูแล้วอิน
ชอบเสียงบรรยายมันเหมือนพูดกับเพื่อนดี ดูไม่เป็นสคริป
ปล. รอดูโปรเจค หมาตายตั้งแต่ยังไม่ตั้งชื่ออยู่ สู้ๆ

2008...ปีร่ำรวย หรือ ห่วยแตก: เปรมปพัทธ ผลิตผลการพิมพ์
หนังมันมีชีวิตจริงๆ โดยเฉพาะตอนสัมภาษณ์พี่มอไซค์รับจ้าง เนี่ย ฮาสุดแล้ว..


หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงเรียกสิ่งนี้ว่าความรัก ( If it was then, He would call this thing love) : พัลลภ ฮอหรินทร์
เป็นหนังที่ให้ความรู้สึกดีมากๆ เหมือนมีไอเย็นออกจากจอ

Time still destroys everything you touch : คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง
ชอบประเด็นของหนังเรื่องนี้นะ เข้าใจว่าแต่ละซีนที่เลือกมามีความหมายกับตัวผู้กำกับ โดยเฉพาะฉากหน้าจอคอม
ใครหรอต่อ...??? : P

ตาล : วรรณแวว และ แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์
หนังเรื่องนี้จะอยู่กับ ผกก. ตลอดไป

ย้อนกลับ (Reverse) : นภสร ลิ้มไชยาวัฒน์
ดูแล้วทำให้ย้อนกลับไปนึกถึงคนที่บ้าน...

สุดท้าย ขอบคุณคนที่แวะมาคอมเม้นหนังผมนะครับ
ขอบคุณครับ : )

#10 By วิน (58.8.24.175) on 2008-01-15 13:55

อ้อ...ส่วนตัว...ชอบยีราฟมา...มาก...โคตรแฟนตาซี....
ผู้กำกับเก่ง...มากbig smile

#9 By alienboon on 2008-01-15 00:50

ไว้ต้องขอแจมบ้างแล้ว...สนุกสนาน....

#8 By alienboon on 2008-01-15 00:48

หนังพี่เมอร์ส่วนตัว (Time still destroy everything you touch) ส่วนตัวมากเลยยคับ เหมือนเอาไดอารี่ของตัวเองมาทำภาพเคลื่อนไหว เพลงเพราะภาพสวย ตอนแสงระยิบระยับเข้ากับเพลงมากเลยคับ (เธอคนนั้นเป็นใครเหรออออ อิอิ)

A Little Bliss : ธีพิสิฐ มหานีรานนท์
ชอบที่สุด ดูเรียบง่าย อบอุ่น จริงใจ


UNIFIED FIELD : จักรวาล นิลธำรงค์
งง งวย แต่ก็วางตาไม่ลง ว่ามันจะมีอะไรอีกวะ (นึกถึงไคโร่ผีอินเตอร์เน็ต ) และในที่สุด กรี๊ดดดด ผีหลอก (เหรอคับ 555)บ

เวลากับความทรงจำและสิ่งที่ฉันทำเพื่อเธอ(Timeless memory and everything I've done for you) :ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์
เศร้าจังเลยคับ

New Year Again : วินัย กิจเจริญ
ดูมันตรงไปตรงมาดีนะ ประโยคคำพูดแต่ละคำมันจริงใจ เป็นคำพูดง่ายๆ แต่โดนใจจังเลยคับ ภาพสวย มีความหมายจัง


เรื่องของสยามในปีก่อนๆและปีหน้า : ภาส พัฒนกำจร
เหมือนข้างบนแหละ เหมือนเป็นไดอารี่ที่ผู้กำกับอยากจะเล่า เป็นความรู้สึกเหมือนว่าเรากำลังอ่านไดอารี่อยู่เลย



หมา ดิบ ดิบ (Amee Amigo): ฐิติมน และ ณิชมน มงคลสวัสดิ์
น่าร้ากกกก



2008 , Let’s come out : ธนพล เชาวน์วานิชย์
เหอะๆ ไปหามาจากไหนคับเนี่ย



เราจักอุตริเพียรตั้งชื่อหนังเรื่องนี้ให้ยากเข้าไว้ว่า200ooPs!’ : เกรียงไกร วชิรธรรมพร
มองไม่เห็นซับอ่ะ แต่ขำมาก ฮ่าฮ่า ระวังติดคุกนะคับ


อ้อยมาสาย 3 นาที ( Oy is 3 minutes late) : ธีปนันท์ เพ็ชร์ศรี
บ้าได้ใจ สรุปว่าเธอสองคนไปทำอะไรบนยอดตึก แล้วถ่ายรูปออกมาแล้วดึงฟิล์มออกมาทำไม(วะ?!?!!!) ฮ่าๆๆ บ้าสะใจมากอ่ะพี่


ไว้ว่างๆมาต่อ อิอิ

#7 By สัก (58.8.121.169) on 2008-01-14 23:21

รองาน 2009 อย่างใจจดใจจ่อคร้าบ
(เหมือนกดดันแม่งานยังไงไม่รู้ 55+)

แต่โดยภาพรวม เป็นงานที่มีความสุขมากๆ

#6 By nanoguy on 2008-01-14 00:45

อัพแล้วจ้ะ
http://witcha.exteen.com/20080113/2008-cine-bration

#5 By ตุ้ย since 2006 on 2008-01-13 22:59

เอามาจากบล็อกผมนะครับ


หนังพี่ต่อ เพลงเพราะมากมาย แต่ชอบ อ้อยมาสาย 3นาทีฮะ ขอบคุณมากเลยนะฮะพี่

โดย: หนวดฟู IP: 210.246.72.122 วันที่: 12 มกราคม 2551 เวลา:0:11:19 น



หนังพี่โคตรสะเทือนใจเลย
ถ้ายาวกว่านี้อาจร้องไห้ได้
(ซีเรียสนะเนี่ย)

โดย: nanoguy IP: 125.24.93.228 วันที่: 12 มกราคม 2551 เวลา:17:56:21 น.



ขอบคุณที่ชวนไปดู

โดย: pick IP: 202.41.187.247 วันที่: 12 มกราคม 2551 เวลา:20:04:30 น.



แหะๆ อย่าว่ากันนะ
แต่ดูหนังของต่อไม่รู้เรื่องง่ะ
มัวแต่สดับตรับฟังเพลงอยู่ พอหันกลับมาอีกที อ้าว! จบแล้วเหรอนี่
ตกลงมันสื่อถึงอะไรหว่า งงจัง (ฮา)

โดยส่วนตัว ชอบ "อ้อยมาสาย 3 นาที" มาก หนังเซอร์ หลุดโลกได้อีก ส่วนหมา ดิบ ดิบของผกก. อีสาวซากดิบ ก็ยังคงเอกลักษณ์ "ดิบๆ" ของผกก. ทั้งสองไว้ได้ดี ชอบพล็อตเรื่องด้วย คิดได้ไงเนี่ย เหอๆ

โดย: it ซียู IP: 58.10.102.35 วันที่: 12 มกราคม 2551 เวลา:20:44:35 น.



สนุก ดีใจที่ได้ไปชม ฮ่าๆๆ ชอบหนังของคุณด้วย

โดย: lolay IP: 58.9.191.64 วันที่: 13 มกราคม 2551 เวลา:1:29:19 น.

#4 By merveillesxx (58.8.237.82) on 2008-01-13 20:12

สนุกมากมายฮะ ขอบคุณพี่ๆผู้กำกับทุกคน ขอบคุณพี่ต่อด้วยครับที่อุส่าโทรมาบอก ปีหน้าจัดอีกนะครับ

#3 By Foo mustache ตี๋ (58.8.237.82) on 2008-01-13 20:10

คุณ LOLAY
ขอบคุณมากที่มีที่ให้ชม สนุกครับ หลากหลายรูปแบบ เพลินเลย ไม่น่าเชื่อว่า 29เรื่อง เวลาผ่านไปเร็วเลย ป๊บเดี่ยวจบแล้ว

ชอบเปียโนตอนจบด้วย

#2 By 2008 on 2008-01-13 07:46

จากคุณ LAKARI
ไปดูมารอบสุดท้ายครับ
โดยรวมๆ ผมชอบการจัดงานแบบนี้มาก ที่มีความเป็นกันเอง และด้วยตัวหนังที่ทำจากคนที่ทำหนังเป็นแบบมือสมัครเล่น และไม่เคยจับกล้องเลย ทำให้ผมรู้สึกได้ถึง ความจริงใจในตัวหนัง ความไม่ประณีประนอมจากผู้กำกับ และ ความใกล้ชิดเข้าถึงได้ของงานหลายๆชิ้น ทั้งนี้เชื่อว่าผู้กำกับแต่ละท่านมีอิสระในกาตีความธีม "2008" ได้อย่างอิสระ และไม่มีภาระที่จะต้องแบกรับความคาดหวังใดๆจากผู้ชม
มันเลยเหมือนไปดู home video 30 เรื่องสั้นๆมากกว่าหนังสั้น
หลายๆเรื่องก็ไม่เรียกตัวเองเป็นหนัง แต่เป็นภาพเคลื่อนไหว เรื่องเล่า ฯลฯ

แต่ผมจะขอแสดงความเห็น ถ้าจะให้งานในปีหน้าดีขึ้นกว่านี้นะครับ

จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของเทศกาลนี้ก็คือ มีหนังอีกหลายๆเรื่องที่ "หลุด" ธีมของ 2008 ไปมากในสายตาของผม
ไม่ใช่ว่าหนังไม่ดี แต่มันค่อนข้างล้มเหลวในการทำให้งานทั้งงานเป็น "ธีม" เดียวกัน

ผมเชื่อว่าหนังหลายๆเรื่องสามารถถูกรวบเอาไว้ด้วยกันเป็นธีม 2008 ได้ และไม่สามารถไปอยู่ในเทศกาลหนังอื่นๆได้
ในขณะที่อีกหลายๆเรื่อง มันจะเป็นหนังธีม 2007 2006 2005 หรือ 1900 ก็ยังได้

เพราะเท่าที่ผมรู้สึกได้ หนังทุกเรื่องเชื่อมโยงกันเพียงอย่างเดียวคือ "มันยาว 3 นาที"

ผมว่าจุดอ่อนที่เห็นได้ชัดคือการขาดเอกยภาพของธีมหนังนั่นเอง

ขออณุญาตทำตัวเป็นผู้ร้ายก่อนนะครับ

หนังอย่าง "อ้อยมาสาย 3 นาที" ที่ดูเป็นหนังที่ค่อนข้างเอาแต่ใจผู้กำกับมากๆ "เวลากับความทรงจำและสิ่งที่ฉันทำเพื่อเธอ" ที่พยายามเล่าเรื่องที่จบแบบหักมุม "หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงเรียกสิ่งนี้ว่าความรัก" ที่เล่าเรื่องเป็นบทกวี (ซึ่งผมชอบมากๆ มันสวยงามมากๆ) "ยีราฟ" ที่ดูน่ารักเอ็นดูแล้วก็ตลกเอามากๆ หรือ "Silent Light" ที่ (ขอโทษนะครับที่พูตรงๆ) ที่ผมว่ามันเหมือนพยายามทำงานโชว์เทคนิคมากกว่าเนื้อหาใดๆ... (ย้ำอีกครั้ง หนังที่ผมกล่าวมาข้างต้น ไม่ได้ว่าหนังเขาไม่ดีนะครับ และเป็นความเห็นผมแต่เพียงผู้เดียว)

แต่ผมว่าเป็นกลุ่มหนังที่ไม่เข้าพวกกับธีมของเทศกาลนี้เอาเสียเลย
มันขาดทั้ง space และ time ที่เชื่อมโยงไปกับธีม

ในขณะที่หนังอย่าง "รอยไถแปร" "2008" "ราจักอุตริเพียรตั้งชื่อหนังเรื่องนี้ให้ยากเข้าไว้ว่า200ooPs!" หรือ "หมาดิบดิบ" จะไม่ประสบความสำเร็จในการเล่าเรื่องได้เลย ถ้าขาดธีม "2008" ไป เสมือนว่าหนังเหล่านี้งอกเงยจากความเป็นเอกภาพของธีมอย่างแท้จริง...

รู้สึกดีนะครับ
แต่ว่า มันเหมือนคุณไปเทศกาลดนตรี brit pop แล้วดันเจอคนมาเล่นเพลง classic หรือ electronica (ที่เล่นได้เพราะด้วยนะ) คั่นมาเรื่อยๆน่ะครับ

แสดงความเห็นต่อได้นะครับ

#1 By 2008 on 2008-01-13 07:40